พาเด็กแพ้อาหารไปเที่ยวอย่างไร ?

01 พาเด็กแห้อาหาร..ไปเที่ยวอย่างไร

“เวลาเด็กแพ้ไปเที่ยว จะดูแลเรื่องอาหารอย่างไร” ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้วค่ะ เรามีวิธีดีๆ ในการเตรียมตัวให้พร้อมมาฝากกันค่ะ”

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นภูมิแพ้อาหารนั้น จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วิถีการดำรงชีวิตโดยเฉพาะการรับประทานอาหารจะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เพราะต้องคอยระมัดระวังในการเลือกอาหาร จึงทำให้เกิดความกังวลโดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือออกไปไหนไกลๆ เมื่อตอนที่ลูกคนเล็กของแม่ป่านมีอาการของการแพ้โปรตีน ชีวิตพวกเราเปลี่ยนไปมากค่ะ ก็ต้องพยายามปรับตัวกันใหม่ จนน้องมีอาการดีขึ้นพวกเราก็เลยพาน้องคนเล็กไปเที่ยวต่างประเทศกัน และพบว่า การพาลูกที่เป็นภูมิแพ้อาหารไปเที่ยวนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยหากเตรียมตัวมาพร้อม แม่ป่านเห็นว่ ามันจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่อีกหลายๆท่าน วันนี้จึงอยากมาแชร์วิธีการและเคล็ดลับในการดูแลเรื่องอาหารสำหรับเด็กแพ้อาหาร เวลาไปเที่ยวนอกบ้านค่ะ

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่ยังคงสงสัย หากมีลูกแพ้อาหารว่า “เราจะออกไปเที่ยวได้ไหม?”, “อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศหลายๆวัน จะทำได้หรือเปล่า?” คุณแม่หลายๆ ท่านคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาใช่ไหมคะ “อยากพาลูกไปเที่ยวบ้างจัง ไม่ได้ไปไหนไกลๆ มานานแล้ว แต่ก็ยังกังวลเรื่องอาหารของลูกทำให้ไม่กล้าไป” คำตอบของแม่ป่านที่อยากจะให้ คือ #ไปเที่ยวกันเถอะค่ะ หากเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว เราจะไปเที่ยวที่ไหนก็สามารถทำได้ค่ะ

ปัญหาที่พบเมื่อพาลูกไปเที่ยวนอกบ้าน โดยเฉพาะเวลาพาไปเที่ยวต่างประเทศ คือ

  1. เมนูอาหารในปัจจุบันมีส่วนผสมมากมายที่อาจทำให้ลูกแพ้ได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมวัว, ถั่วเหลือง, ไข่,แป้งสาลี, สัตว์น้ำที่เปลือกแข็งหุ้มและหอย, ปลา, ถั่วลิสง, ถั่วเปลือกแข็ง และอื่นๆ
  2. การสอบถามส่วนผสมอะไรอาหารบางชนิดนั้นเป็นเรื่องยาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องภาษา และบางร้านถือว่าส่ วนผสมนั้นถือเป็นสูตรลับของร้านที่เปิดเผยไม่ได้ บางร้านพนักงานก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ จึงทำให้เราไม่สามารถแน่ใจว่า ในอาหารที่กำลังจะให้ลูกรับประทานนั้นมีอาหารที่ลูกแพ้ปนอยู่ด้วยหรือไม่ รู้อีกทีก็ตอนลูกมีอาการเข้าแล้วนั่นเองค่ะ
  3. ความกังวลของคุณแม่เองว่า เราจะเลือกอาหารอย่างไรให้ปลอดภัย
  4. เราอาจจะรับประทานไม่ได้ทุกร้านอย่างที่เราตั้งใจไว้ ไม่เหมือนกับตอนที่ไปเที่ยวกันสองคนใช่ไหมคะ

แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อเราเตรียมตัวไปให้พร้อม แล้วเราจะมีวิธีการเตรียมความพร้อมอย่างไรกันดี ?

#เตรียมตัวพาเด็กแพ้ไปเที่ยวอย่างไร?

  1. เตรียมตัวลูก : หากลูกพอจะรู้ความ คุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมลูกโดยการเกริ่น เรื่องการไปเที่ยวให้ฟังว่า เราจะไปที่ไหนบ้าง แล้วเราต้องทานอาหารนอกบ้าน และลูกนั้นแพ้อะไรบ้าง? ลูกจึงควรต้องเลี่ยงอาหารอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ลูกต้องปวดท้องไม่สบายตัว หากลูกพูดเก่งแล้วสามารถสอนให้ลูกมีความกล้าที่จะสอบถามพนักงานขายเรื่องส่วนผสมในอาหารนั้นๆ หรือรู้จักปฏิเสธในการรับขนมจากคนอื่นเพราะอาจมีส่วนผสมของอาหารที่ลูกแพ้ค่ะ
  2. สร้างทัศนคติเชิงบวกแก่ลูก ว่าการที่เป็นภูมิแพ้อาหารนั้นไม่ใช่เรื่องแย่ และการออกไปเที่ยวและได้ลองรับประทานอาหารใหม่ๆนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนุก และไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะแม่จะช่วยคอยดูแลเรื่องอาหารให้ลูกเป็นอย่างดี สร้างความมั่นใจให้ลูกก่อนเดินทางนะคะ เรื่องนี้สำหรับแม่ป่านถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ
  3. คุณแม่สามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปว่า มีร้านอาหารใดน่าสนใจ และมีเมนูไหนที่สามารถให้ลูกรับประทานได้บ้าง
  4. หากแพลนจะไปเที่ยวต่างประเทศ คุณแม่สามารถ list รายการอาหารที่ลูกแพ้ไว้ในมือถือหรือจดใส่กระดาษ และแปลเป็นภาษานั้นๆ เพื่อแจ้งให้พนักงานทราบก่อนสั่งอาหารค่ะ ตัวอย่างเช่น แม่ป่านพาลูกชายทั้งสองคนไปญี่ปุ่น จะแปลข้อความเหล่านี้เป็นภาษาญี่ปุ่น (ให้เพื่อนๆ ที่เป็นคนญี่ปุ่น หรือใช้ภาษานี้ได้เขียนให้) หรือใส่รูปภาพของอาหารที่แพ้ไปด้วย ข้อความจะมีประมาณนี้ค่ะ “ลูกชายคนเล็ก แพ้กะหล่ำปลี (กะหล่ำ, ผักกาดขาว, ผักคะน้า และอาหารตระกูลกะหล่ำทุกชนิด ) และมะเขือเทศ กรุณาแนะนำอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของอาหารเหล่านี้ที่น้องสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ส่วนลูกชายคนโต รับประทานได้ตามปกติ” แม่ป่านพบว่า วิธีจะช่วยให้มากทีเดียว โดยเฉพาะในประเทศที่การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษนั้นยากลำบากอย่างประเทศญี่ปุ่นค่ะ
  5. การเดินทางโดยเครื่องบิน สามารถแจ้งทางสายการบินระบุอาหารที่แพ้ให้ทางสายการบินจัดเตรียมให้ หรือถ้าหากไม่มั่นใจ สามารถเตรียมอาหารสำเร็จรูปที่น้องไม่แพ้ไปด้วยเพื่อความอุ่นใจก็ได้ค่ะ
  6. สำหรับเด็กที่แพ้แป้งสาลี ไข่ หรือแพ้อาหารหลายประเภท คุณแม่สามารถเตรียมอาหารไปจากบ้าน กรณีที่ไปต่างประเทศหลายๆวัน แม่ป่านแนะนำให้เตรียมวัตถุดิบโดยใช้กระทะไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีขายทั่วไปพกไปด้วย เพื่อปรุงอาหารง่ายๆให้น้องรับประทาน ตัวอย่างเช่น หากลูกแพ้แป้งสาลี และไข่ การไปญี่ปุ่นนั้น เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเจออาหารประเภทแป้งสาลีและไข่ อย่างพวกเส้นอุด้ง เส้นบะหมี่ราเมน และเส้นโซบะ แถมยังเป็นอะไรที่เด็กๆ ชอบเสียด้วย แต่เราก็อยากได้ลูกได้ลองทานอาหารเหล่านั้น ทางเลือกที่สามารถทำได้คือ พกพาอาหารประเภทเส้นแบบแห้งที่ลูกไม่แพ้ ลวกให้สุกแล้วพกใส่กล่องไปให้น้องทานแทนเส้นปกติที่ร้านจัดให้ค่ะ เวลาสั่งเราก็แจ้งร้านว่าน้องแพ้เส้น สั่งน้ำซุปอย่างเดียวแล้วใส่เส้นของเราไปแทน , หากน้องแพ้ถั่วเหลือง ในน้ำซุปของหลายๆร้านมีส่วนผสมของโชยุ และมิโซะ คุณแม่สามารถจัดเตรียมน้ำซุปไปเอง (มีขายทั้งแบบน้ำสต๊อกสำเร็จรูปบรรจุถุง หรือแบบผง หรือจะซื้อส่วนผสมมาปรุงเองก็ทำได้ค่ะ) เพียงเท่านี้เด็กๆ ก็สามารถรับประทานมื้ออร่อยไปพร้อมกับเราได้อย่างหายห่วงแล้วค่ะ
  7. การเลือกโรงแรมที่พัก ควรเลือกที่พักที่สามารถปรุงอาหารได้ โดยไม่มีข้อห้ามด้วยนะคะ (หลายๆโรงแรมจะมีข้อห้ามเรื่องการปรุงอาหาร และมีตู้เย็นขนาดเล็กมาก) สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ตั้งใจจะทำอาหารให้ลูกเอง หรือเตรียมอาหารให้ลูกไปทานระหว่างวัน การเลือกโรงแรมนั้นสำคัญทีเดียวค่ะ อย่างทริปล่าสุดแม่ป่านเลือกพักที่ Apartment ที่มีห้องครัว และใกล้ Supermarket สามารถหาซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นได้สะดวกค่ะ ราคาไม่แพงไปกว่าโรงแรมปกติมากเท่าไหร่ค่ะข้อดีคือ สามารถทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้ลูกรับประทานก่อนออกไปเที่ยว ปลอดภัยหายห่วงไปได้อีกหนึ่งมื้อค่ะ
  8. พกขนม นม และอาหารแห้งที่ลูกไม่แพ้ติดตัวไปด้วยเสมอ บางครั้งเราออกไปเที่ยวไม่สามารถเลือกร้านอาหารได้สะดวก เราจะได้มีอะไรให้ลูกรองท้องก่อนได้โดยปลอดภัย ขนมสำหรับเด็กแพ้อาหารที่ทำสำเร็จรูปบรรจุภัณฑ์มิดชิดสะดวกต่อการพกพานั้นมีให้เลือกซื้อมากมาย ควรเตรียมไว้ให้พอก่อนการเดินทางนะคะ ซึ่งมีทั้งขนมกรุบกรอบ,เบเกอรี่ และนม ส่วนนมที่แม่ป่านอยากแนะนำที่ปลอดภัยจาก Top 8 Allergens ที่อร่อยและพกพาไปได้สะดวกทุกที่อย่างน้ำนมข้าวกล้อง 4Care Balance Organic ก็ดีไปอีกแบบนะคะ อร่อยด้วยนะ
  9. การเลือกซื้ออาหารนั้นคุณแม่ควรสังเกตฉลาก และข้อมูลต่อผู้แพ้อาหารอย่างละเอียด หากแปลไม่ออก “Google translate” หรือ dictionary ใน application มือถือช่วยคุณได้ค่ะ การเตรียมตัวและการดูแลเด็กที่แพ้อาหารเวลาไปเที่ยวนั้นอาจจะมีความยุ่งยากขึ้นจากการไปเที่ยวปกติบ้าง เพราะต้องพิถีพิถันในเรื่องของการเลือกอาหารอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอาการแพ้ที่จะเกิดขึ้น แต่แม่ป่านเชื่อมั่นว่า หากคุณแม่ทุกท่านมีความตั้งใจจริง และมีการเตรียมพร้อมที่ดีแล้วนั้น ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ใกล้ หรือไกลก็ไม่เกินความสามารถของคุณแม่ทุกๆ คนอย่างแน่นอนค่ะ แม่ป่านรับรองได้อีกว่าหากเตรียมตัวไปอย่างดีแล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล “แค่นี้ก็กินอย่างไรไม่ให้แพ้ ได้แล้วค่ะ” สิ่งที่ทำได้คือ “enjoy every single moment” ซึมซัมความสุขที่ได้พาลูกรักไปเที่ยวให้มากที่สุด เพราะนั่นจะกลายเป็นความทรงจำที่แสนดีไปตลอดกาล “เพราะรักของแม่ชนะทุกสิ่ง”…. จริงหรือไม่คะ ว่าแล้วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวไหนกันดีนะ? อย่าลืมมาเล่าให้แม่ป่านฟังด้วยนะคะ

This slideshow requires JavaScript.

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ
แม่ป่าน #เพจเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s