เคล็ดลับการเลือกอาหารสำหรับเด็กแพ้

01 เคล็ดลับการเลือกอาหารสำหรับเด็กแพ้

                เคล็ดลับการเลือกอาหารสำหรับเด็กแพ้

บทความดีๆ จากแม่ป่าน เพจ “เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข” กลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ คราวนี้มี “เคล็ดลับการเลือกอาหาร สำหรับเด็กแพ้” ซึ่งเป็นเคล็ดลับง่ายๆในการกินอย่างไรไม่ให้แพ้มาฝากคุณแม่ทุกๆ คน ที่มีลูกแพ้อาหาร คลิกอ่านกันได้เลยค่ะ
สำหรับเด็กที่เป็นภูมิแพ้อาหาร การที่คุณพ่อคุณแม่มีความเข้าใจและพิถีพิถันในการเลือกอาหารนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เหมือนที่ใครๆ ต่างบอกว่า You are what you eat (คุณทานอะไร …คุณก็จะเป็นแบบนั้น) ยังไงละคะ
โรคภูมิแพ้อาหารทำให้ชีวิตประจำวันของทั้งเด็กที่แพ้อาหารและผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงไป โดยจะต้องระมัดระวังและพิถีพิถันในการเลือกอาหารมากขึ้น วันนี้แม่ป่านเลยอยากมาแชร์เคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการเลือกอาหารสำหรับเด็กภูมิแพ้ที่สามารถปฏิบัติตามกันได้ง่ายๆ มาฝากกันค่ะ
สำหรับลูกน้อยที่แพ้โปรตีนผ่านนมแม่นั้น คุณแม่หลายท่านคงมีคำถามว่า คุณแม่ต้องงดให้นมแม่ แล้วไปทานนมอื่นหรือไม่ สำหรับแม่ป่านนั้นคงตอบว่า ยังยืนยันให้นมแม่ต่อไป และคุณแม่สามารถงดรับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยงไปก่อน หากน้องอาการดีขึ้นแล้ว ก็สามารถทำการทดลองรับประทานอาหารนั้นทีละอย่าง เพื่อให้ทราบว่า ลูกแพ้อะไรจึงงดอาหารนั้นประมาณ 4-6 เดือน แล้วค่อยทดลองใหม่ค่ะ หรือหากลูกน้อยโตแล้วถึงเวลาได้รับอาหารเสริม หรืออยากทดลองดื่มนมอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถลองน้ำนมข้าว หรือนมอื่นๆ ที่ทดสอบแล้วน้องไม่แพ้เสริมด้วยก็ได้ค่ะ
เคล็ดลับของการเลือกอาหารสำหรับเด็กแพ้นั้นจากประสบการณ์ที่มีลูกคนเล็กแพ้อาหารเช่นกัน ต้องประสบพบเจอสิ่งต่างๆ มากมาย และจากประสบการณ์นั้น แม่ป่านจึงเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหานี้ทุกๆ คนว่า ความรู้สึกและเหตุการณ์ที่ต้องเจอเป็นเช่นไร แล้วเราจะมีวิธีการหรือเคล็ดลับในการดูแลลูกรักที่เป็นภูมิแพ้อาหารอย่างไร มาดูกันค่ะ

เคล็ดลับที่ว่านั้นมีอยู่ 5 ข้อจำง่ายๆ มาดูกันค่ะว่าแต่ละข้อนั้นทำได้อย่างไรบ้าง?

1. รู้ทัน : เราต้องรู้ก่อนว่าลูกแพ้อะไร โดยการทดลองรับประทานอาหาร และสังเกตอาการ รวมไปถึงการพาลูกไปตรวจ เมื่อทราบว่าลูกแพ้อะไรจะได้ป้องกันถูก สิ่งที่สำคัญคือ “พยายามเลี่ยงอาหารประเภทนั้นไว้ก่อน อย่างน้อย 4-6 เดือน แล้วค่อยลองใหม่”
2. เลือกสรร : เมื่อรู้แล้วว่าลูกแพ้อะไร ต่อมาคือการเลือกอาหารที่นำมาปรุง โดยหลีกเลี่ยงสิ่งที่ลูกแพ้ ปัจจุบันจะพบว่า ในอาหารหนึ่งชนิดที่เรารับประทาน โดยเฉพาะอาหารนอกบ้านนั้น มีส่วนประกอบแอบแฝงอยู่มากมาย เช่น แป้งสาลี, นมวัว, ไข่ และ ซีอิ๊ว (ถั่วเหลือง) แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า อาหารไหนที่ปลอดสารก่อภูมิแพ้ที่ลูกๆ ของเราแพ้? อย่างแรกที่ง่ายที่สุดเลย คือ การตั้งใจอ่านฉลาก ตรวจสอบส่วนผสม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่จะระบุชัดเจน เช่น มีส่วนผสมของนมวัว, ไข่ และอื่นๆ ทำให้ผู้ปกครองอย่างเราเลือกได้ง่ายขึ้นในระดับหนึ่งค่ะ คำถามต่อมาคือ เราจะเชื่อได้อย่างไรว่า อาหารนั้นๆ ปลอดส่วนผสมที่ลูกแพ้จริงๆ
3. พิถีพิถัน : ทางเลือกที่ดีสุดที่แม่ป่านพยายามทำ คือ การทำอาหารเองที่บ้าน เลือกวัตถุดิบที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป โดยเฉพาะผัก ผลไม้ออแกนิก ปลอดสารพิษ จากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ส่วนเครื่องปรุงรสนั้นหากลูกแพ้ถั่วเหลือง หรืออาหารทะเล จะหลีกเลี่ยงการปรุงรสโดยใช้น้ำมันหอย, ซีอิ๊ว หรือน้ำปลา แต่จะใช้เกลือเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ (จะเห็นได้ว่าหากรับประทานอาหารนอกบ้านนั้น การที่จะหลีกเลี่ยงเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่กล่าวมานั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย) การทำอาหารเองที่บ้าน ยังมีส่วนช่วยให้ลูกได้รับสารกระตุ้นที่ช่วยป้องกันการเกิดภูมิแพ้ได้ดีขึ้น อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ หากจำเป็นต้องรับประทานอาหารนอกบ้าน การพิถีพิถันเลือกเมนูอาหารนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง สอบถามพนักงานถึงส่วนผสมที่คุณพ่อ         คุณแม่อาจจะยังไม่มั่นใจช่วยได้มากทีเดียวค่ะ หากลูกมีอาการแพ้รุนแรง สามารถทำกับข้าวจากที่บ้าน                ใส่กล่องเก็บอุณหภูมิไปให้น้องรับประทานก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยได้มาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการ และจำนวนชนิดอาหารที่น้องแพ้ด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น เด็กที่แพ้แป้งสาลี ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแป้งสาลีแทบจะเป็นส่วนประกอบในอาหารทุกชนิด โดยเฉพาะเบเกอรี่ และอาหารจำพวกเส้น ของโปรดของเด็กๆ ทางเลือกอีกทางสำหรับเด็กที่ชอบทานเส้นแต่แพ้แป้งสาลี นั่นคือ เส้นก๋วยเตี๋ยวค่ะ (เส้นใหญ่, เส้นเล็ก, เส้นหมี่) เพราะทำจากแป้งข้าวเจ้าค่ะ
4. สังเกตอาการ : เมื่อลูกรับประทานอาหารชนิดใดไปนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการที่เกิดขึ้นภายหลังจากรับประทานอาหาร วิธีที่ง่ายที่สุดคือ การจดบันทึกเอาไว้ ว่าในวันๆหนึ่งน้องรับประทานอาหารชนิดใดบ้าง และมีอาการอย่างไร วิธีนี้จะช่วยให้เฝ้าสังเกตอาการ รวมไปถึงทดสอบอาหารได้เป็นอย่าง จะช่วยให้เราได้เห็นว่า น้องยังแพ้อาหารชนิดนี้อยู่หรือไม่ อาการเป็นอย่างไร ดีขึ้นหรือแย่ลง
5. มั่นคง: ภูมิแพ้อาหารในเด็กนั้น มีโอกาสหายได้หากผู้ปกครองตั้งใจและมีความมั่นคงในการดูแลเรื่องอาหารอย่างจริงจัง หลักการง่ายๆ คือ หากแพ้สิ่งไหน หลีกเลี่ยงสิ่งนั้นก่อน 6 เดือนค่อยลองใหม่ว่า  ยังแพ้อยู่ไหม แต่อย่างไรก็ตามอาการแพ้อาหารนั้นอาจจะคงอยู่ตลอดไป อย่างเช่น แพ้ถั่วก็จะแพ้ถั่วตลอดไปจนโต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบและพิถีพิถันในการเลือกอาหารอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอค่ะ
จะเห็นได้ว่า การดูแลและจัดการเรื่องอาหารสำหรับเด็กแพ้อาหารนั้นมีความยากลำบากและซับซ้อนอยู่พอประมาณ เรียกได้ว่า หากได้แพ้อาหารแล้วนั้น วิถีการกินและการดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ต้องพิถีพิถันเลือกอาหารที่รับประทานมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนมีความท้อแท้ แม่ป่านอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนๆ นะคะ แม่ป่านเชื่อเสมอว่า ความรักของพ่อแม่ และความพิถีพิถันในการเอาใจใส่ลูกรักจะทำให้รู้ว่า “กินอย่างไรไม่ให้แพ้” และจะเอาชนะภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นได้ในสักวันหนึ่ง เพราะความรักของแม่ที่ชนะทุกสิ่งนั่นเองค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ
แม่ป่าน #เพจเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข
#ภูมิแพ้ #แพ้อาหาร  #เด็กแพ้  #4CareBalanceOrganic #น้ำนมข้าวกล้องออร์แกนิก #Top8Allergens

#รักของแม่ชนะทุกสิ่ง  #กินอย่างไรไม่ให้แพ้  #แม่ป่าน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s