กอดลูก…ในวันที่ลูกไม่น่ารัก

01 กอดลูก ในวันที่ลูกไม่น่ารัก

“กอดลูก…ในวันที่ลูกไม่น่ารัก”  “กอดก่อน…สอนทีหลัง”

(บทความนี้แม่ป่านเขียนลงในนิตยสารบันทึกคุณแม่ (Mother’s Digest ฉบับเดือนสิงหาคม 2560)

———————————————-

“สิ่งของเมื่อเสียหาย….เราสามารถซ่อมแซม หรือหาใหม่ได้ แต่สภาพจิตใจของคนเมื่อถูกทำร้ายให้เสียใจแล้ว จะเอาความรู้สึกดีๆกลับคืนมามันยากเย็นกว่าหลายเท่าตัว นอกเหนือไปกว่านั้น อาจจะเรียกความรู้สึกดีดีระหว่างกันให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกเลยก็เป็นได้”.

——————————————-

คุณแม่หลายๆ คนอาจจะเคยเจอกับพฤติกรรมหลากหลายของลูก ที่บางครั้งก็แสนดี แสนน่ารัก ทำให้เราปลื้มใจและมีความสุขมากๆ แต่หลายๆ ครั้งที่ลูกนั้นก็เอาแต่ใจ ไม่เชื่อฟัง แสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเท่าไหร่ อาจมีบางทีที่ทำให้แม่อย่างเราฟิวส์ขาด เผลอดุ หรือพูดอะไรออกไปแล้วทำให้ลูกเสียใจ ที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นอาจมีหลายๆคนที่เผลอตีลูก

.

สิ่งที่ตามมาหลังจากเหตุการณ์นั้น หากเราเผลอดุลูกไปก็จะมานั่งเสียใจทีหลังว่า เราไม่น่าดุลูกแบบนั้นเลย  ไม่อยากเป็นแม่แบบนั้น บอกกับตัวเองว่า จะไม่ทำอีก แต่ก็พบว่าเมื่อไหร่ที่เราพักผ่อนน้อย หรือมีเรื่องหงุดหงิดใจ ความอดทนของเราก็จะน้อยลง และเผลอไปดุลูกอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำซาก หาทางแก้ไม่ได้สักที

.

เมื่อก่อนแม่ป่านพบว่า ตัวเองเป็นแบบนั้นบ่อยๆ ค่ะ โดยเฉพาะเวลาที่เราพักผ่อนน้อย กลางคืนนอนไม่เต็มอิ่ม แถมเวลากลางวันต้องดูแลลูกทั้งวัน บางทีเจอเจอเรื่องเครียดๆ ทำให้หงุดหงิดง่ายมาก และหลายๆ ครั้งที่เผลอพูด หรือดุลูก แม้จะไม่เคยทำร้ายร่างกายเค้า ไม่เคยดุด่าเสียงดัง หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายเลย แต่แม่ป่านเชื่อว่า แค่อากับกิริยาที่เราแสดงต่อลูกว่า เราหงุดหงิด ไม่พอใจ ไม่เป็นสุข และแค่บางคำพูดก็บั่นทอนจิตใจเค้าทำให้ลูกเสียใจมากๆ แล้วค่ะ

.

แม่อย่างเรารู้สึกผิดมาก เพราะจากเดิมที่ตั้งใจว่าเราจะเป็นแม่ที่ใจเย็น มีเหตุผล และเข้าใจในทุกๆพฤติกรรมของลูกให้ได้มากกว่านี้ กลายเป็นว่า เรากลับอดทนได้ไม่ทุกครั้ง ไม่เหมือนกับที่ตั้งใจไว้เลย …แล้วก็มานั่งเสียใจอีกแล้ว วนเวียนไปแบบนี้

.

สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ การที่แม่ดุลูกด้วยอารมณ์โกรธ นอกจากจะทำให้ลูกเสียใจมาก ในอนาคตลูกอาจจะกลายเป็นคนหวาดกลัว มีความกังวลว่าลูกจะทำอะไรให้แม่โกรธแล้วจะโดนแม่ดุอีก ลูกอาจจะกลายเป็นคนดื้อเงียบ หากมีเรื่องทุกข์ใจจะไม่กล้าปรึกษาแม่ กลายเป็นความสัมพันธ์ของแม่ลูกไม่ได้แน่นแฟ้นอย่างที่ควรจะเป็น ป่านเติบโตมาแบบนั้น เลยเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า มันเจ็บปวดแค่ไหน …

.

พอเราได้เป็นแม่ จึงมีความพยายามอย่างมากที่จะควบคุมอารมณ์ไม่ให้หวั่นไหวไปสิ่งรอบตัว พยายามอย่างหนักที่จะฝึกควบคุมตัวเองไม่ให้ความโกรธเข้าครอบงำเหนือเหตุผลทั้งปวง และทราบว่า “การระงับอารมณ์โกรธ” ทำได้ยาก เพราะทุกคนเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ มีสิทธิที่จะพลาดพลั้ง มีสิทธิที่จะรู้สึกโกรธ เสียใจและผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดี หรือแย่ อันนี้เป็นสัจธรรมในตัวของมัน แต่อาจจะดีกว่าหรือไม่ หากเราสามารถหาวิธีใดเพื่อ “ระงับความโกรธ” นี้ให้ได้…ใช่ค่ะ ทำได้ยากเหลือเกิน แต่หากทำได้จะเป็นผลดีอย่างมากทีเดียว แล้วแม่อย่างเราจะทำมันได้อย่างไร?

.

แม่ป่านพบว่า “การระงับอารมณ์โกรธให้ได้ทันท่วงที ณ ขณะนั้น” มีความจำเป็นและส่งผลดีอย่างมาก สิ่งนั้นเกิดจากการที่เรา “รู้เท่าทันตัวเอง” ว่าเรานั้น จริงๆแล้วกำลังโกรธอะไรอยู่ อาจจะเหนื่อยเพราะอยากพักผ่อน กำลังหงุดหงิดเพราะอะไรๆไม่ได้เป็นไปอย่างใจ อาจไม่ได้เกี่ยวกับการกระทำของลูกเลยด้วยซ้ำ จะเรียกว่าพาลไปลงที่ลูกก็คงไม่ผิดนัก … จริงๆ แล้วเราเครียด หรือโกรธอะไรมาก่อนหรือไม่?

.

เมื่อเรารู้เท่าทันอารมณ์ของตนแล้ว เราจะ “หยุดการกระทำที่สืบเนื่องจากอารมณ์โกรธ” นั้นได้อย่างไร ? (การกระทำที่สืบเนื่องจากอารมณ์โกรธ อันได้แก่ การเผลอไปดุ หรือตีลูกเวลาที่ลูกดื้อ)

.

แม่ป่านได้ค้นพบว่า ไม่ว่าเราจะหงุดหงิดแค่ไหน “การกอด” สามารถหยุดอารมณ์โกรธได้ชะงักทีเดียว อาจจะฟังดูแปลก เวลาโกรธจะกอดลูกได้อย่างไร … ลองดูค่ะ มันช่วยได้จริงๆ

.

หากเวลาไหนที่ลูกทำพฤติกรรมไม่น่ารัก ทำให้เราโกรธและหงุดหงิดมาก ณ ขณะนั้น “เรามีตัวเลือก 2 ทางเท่านั้น ที่ต้องรีบเลือก!”

.

หนึ่ง ระเบิดอารมณ์ใส่หน้าลูก ดุด่าว่ากล่าวไปให้สุดแรง บางคนถึงขั้นตีลูกเอาให้สะใจ แต่พอสงครามสงบเมื่อไหร่ คนเป็นแม่ก็มานั่งร้องไห้เสียใจว่าแม่ไม่ควรทำแบบนั้นเลย แม่ขอโทษ แม่จะพยายาม …แล้วเมื่อไหร่ที่หงุดหงิดก็ทำแบบนี้อีก ซ้ำๆเรื่อยๆ ไม่เคยหลุดพ้นจากวังวนนี้ไปได้เสียที

.

หรือสอง ณ ขณะที่โกรธ คุณแม่ลองรวบรวมความโกรธที่แสนหงุดหงิดนั้น ก้มลงกอดลูกแน่นๆ ให้คลายความร้อนในใจลงไปก่อน ลองกอดลูกแน่นๆ …เชื่อไหมคะว่าพลังบริสุทธิ์จากมนุษย์ตัวเล็กๆที่ชื่อ “ลูก” จะทำให้อารมณ์โกรธนั้นแทบมลายหายไปทีเดียว

.

เมื่อเราเลือกอย่างที่สอง นั่นคือ “การกอด” แล้ว เมื่อเราทั้งคู่ (แม่และลูก) อารมณ์เย็นแล้ว ลองจับลูกนั่งตัก โอบกอดหอมแก้ม ลองพูดจากันดีๆ ลองมองในมุมของลูกว่าแท้จริงแล้วลูกต้องการอะไร เมื่อได้ฟังเหตุผลแล้ว แม่อย่างเราจะได้ไม่เสียใจว่า ไม่น่าดุลูกเลย ลูกอาจจะมีเจตนาดีกับเราก็ได้ ..

.

แน่นอนว่าแม่อย่างเราย่อมไม่อยากให้การกอดนี้เป็นเหมือน “การโอ๋” หรือเข้าข้างลูก มากเกินไป ถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่ดีแน่ แต่การกอดนั้นหากเป็นเพียงการระงับความโกรธและอารมณ์ชั่ววูบเอาไว้ก่อน การกอดนั้นนอกจากจะทำให้ผู้กอดและผู้ถูกกอดสงบลง

.

เมื่อเราได้กอดใครสักคนที่เรารักเค้ามากๆ ความรู้สึกดีๆ จะถูกส่งถึงกันผ่านการสัมผัส เราจะใจเย็น พร้อมรับฟังและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น หลายๆครั้งที่ลูกอาจจะมีพฤติกรรมที่เราไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ทุกๆพฤติกรรมล้วนมีที่มาที่ไป และมีเหตุผลของการกระทำนั้นเสมอ หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมที่ไม่น่ารักจริงๆ “กอดกันก่อน บอกว่าแม่เข้าใจ หนูโกรธใช่ไหม หนูไม่ชอบใช่ไหมถึงทำแบบนี้” แล้วค่อยอบรมสั่งสอนด้วยวาจาที่สุภาพ อ่อนโยน ไม่ก้าวร้าว “แล้วหนูจะทำยังไงดีเวลาหนูโกรธ หนูโกรธแล้วหนูจะกรี๊ดและตีคนอื่นไม่ได้นะคะ แม่คงเสียใจมากถ้าหนูทำแบบนี้ เอาเป็นว่าเวลาหนูโกรธหนูบอกเค้าไป ว่าหนูไม่ชอบเลย หรือหนูเลี่ยงไปทำอย่างอื่นแทน ดีไหมคะ หนูไม่ต้องกรี๊ดหรือตีคนอื่นได้ไหมคะ” นี่เป็นตัวอย่างสั้นๆ เวลาที่ลูกโกรธแล้วชอบกรี๊ด หรือปาของ

.

แม่ๆ หลายคนหากค้นพบเหตุผลที่แท้จริง เบื้องหลังพฤติกรรมนั้น อาจเกิดจากการที่เค้าไม่ชอบการกระทำอะไรสักอย่างของคนรอบข้าง แต่ด้วยความที่ลูกยังเด็กมาก การจัดการกับอารมณ์ยังทำได้ไม่ดี ไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงทำได้เพียงกรี๊ด และแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักออกมา แม่ป่านเชื่อเหลือเกินว่า ในเวลาที่ลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นั่นคือเวลาที่ลูกต้องการ “คนที่เข้าใจลูก” มากที่สุด (แตกต่างกับคำว่า “ตามใจ” ) หากเราเลือกที่จะทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของเค้าได้ก่อน ยิ่งจะเป็นผลดีตามมาอีกมากมาย …

.

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ แม่ป่านกำลังวุ่นกับการจัดบ้านให้เข้าที่ รู้สึกเหนื่อยและง่วงนอนมาก (สาเหตุหลักที่ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ยากเต็มที) พยายามจะทำให้เสร็จสักที จะได้ชวนลูกชายทั้งสองออกไปขี่จักรยานกันต่อ แต่ลูกชายคนโตพยายามไปกดน้ำใส่แล้ววิ่งมาหาแม่ แล้วทำน้ำหกเต็มพื้น…..

.

ฟังถึงตรงนี้แล้ว หลายๆ คนคงหงุดหงิดมาก ใช่ค่ะ ณ moment นั้นยอมรับว่าโกรธมาก “…นี่แม่กำลังพยายามจะรีบเก็บบ้านให้เสร็จอยู่แล้วเชียวจะได้ไปเล่นอย่างอื่นกันต่อ แล้วทำไม ทำไม?? ลูกต้องทำน้ำหกเต็มพื้นเพิ่มงานให้แม่ด้วย ทำไม ทำไม” … นี่คือสิ่งที่คิดในใจ หากไม่สามารถดึงตัวเองให้หลุดจากความคิดนี้ไปได้ คงมีอันได้ดุลูกเป็นแน่!

.

แต่เพราะโชคดีที่เราระงับอารมณ์ชั่ววูบนั้นทัน ก้มลงกอดเค้า “…ลูกดูกลัวจัง น่าสงสารจัง” นั่นคือ ความรู้สึกแรกที่ได้กอดเค้า มองเห็นแววตาที่ผิดหวัง มีน้ำตาซึมออกมาจากดวงตาคู่เล็กๆ แล้วสะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูก พอได้ลองนั่งคุยกับลูก กลับพบความจริงที่ว่า ลูกชายพยายามเดินไปกดน้ำเพื่อมาให้เราดื่ม เพราะเห็นเราเหนื่อยเลยอยากให้ทานน้ำแก้กระหาย แต่บังเอิญว่าแก้วน้ำที่ถือมานั้นหกเลอะเทอะเต็มพื้…พอได้ทราบความในใจของลูกเท่านั้นแหล่ะค่ะ กอดเค้าแน่นยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณในความปรารถนาดีของลูก ที่แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความตั้งใจดีของเค้านั้นมีค่ามากมายเหนือสิ่งอื่นใด เด็กตัวเท่านี้รู้จักเป็นห่วงผู้อื่น …เราเป็นแม่ยังจะต้องการลูกที่ดีขนาดไหนอีก?

.

ว่าแล้วก็ขอบคุณลูก และขอบคุณตัวเองด้วยที่ไม่ได้เลือกที่จะระเบิดอารมณ์ใส่ลูก ไม่อย่างนั้น ลูกคงจะเสียใจมาก แม่อย่างเราก็คงเสียใจไม่แพ้กัน และความเสียใจนี้ก็คงจะถูกเก็บไว้ในความทรงจำที่เลวร้ายในห้วงจิตใจลึกๆ ของลูก และเมื่อมันสะสมต่อไปแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อาจเกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง และอาจจะไม่มีวันแก้ไขได้อีกก็เป็นได้

.

“สิ่งของเมื่อเสียหาย เราสามารถซ่อมแซม หรือหาใหม่ได้ แต่สภาพจิตใจของคน เมื่อถูกทำร้ายให้เสียใจแล้ว จะเอาความรู้สึกดีๆกลับคืนมา มันยากเย็นกว่าหลายเท่าตัว นอกเหนือไปกว่านั้น อาจจะเรียกความรู้สึกดีดีระหว่างกันให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกเลยก็เป็นได้”

.

น้ำที่หกเต็มพื้นแน่นอนว่าสร้างความเสียหาย แต่จิตใจของลูกสำคัญกว่าพื้นที่เปียกมาก กอดกัดกันแล้ว ทำความเข้าใจกันแล้ว ก็ชวนลูกมาช่วยแม่เอาผ้ามาเช็ดพื้นที่เปียกให้แห้งดังเดิม รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำเรียบร้อย …พื้นกลับมาแห้งแล้ว แม่กับลูกเข้าใจกัน รักและเห็นใจกันมากกว่าเดิม ถึงเวลาออกไปปั่นจักรยาน…เวลาแห่งความสุขในการเลี้ยงลูกก็ผ่านพ้นไปอีกวัน

.

แม่อย่างเราเป็นผู้เลือกว่าจะเป็นแม่ผู้มีอำนาจปกครอง สามารถควบคุมลูกได้ทุกอย่าง แต่ไม่เคยได้นั่งอยู่ในใจของลูกเลย หรือเราจะเลือกเป็นแม่คนที่เข้าใจในตัวลูกมากที่สุด เป็นแม่ที่ได้นั่งอยู่ในใจ ที่ลูกจะนึกถึงเสมอไม่ว่าเวลาไหน จะสุข ทุกข์ เศร้าหมอง หรือเสียใจ เค้าจะนึกถึงแม่เสมอ …แม่ที่กอดลูก เข้าใจลูก ช่วยกันรับผิดชอบแก้ไข….ไม่ว่าลูกจะทำผิดพลาดอะไรมาก็ตาม

.

แล้วคุณอยากเป็นแม่ในแบบไหน? ขอส่งพลังใจให้เป็นแม่แบบที่ฝันให้สำเร็จ ทางนี้ก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเช่นกัน…

 

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ
แม่ป่าน  #เพจเลี้ยงลูกอย่างมีความสุข

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s